24 มกราคม, 2567
ไหว้เจ้าที่สวนผลไม้
ประวัติ และความเป็นมา
เจ้าที่เจ้าทาง คือ ดวงจิตวิญญาณเจ้าของที่ดินเดิม, เจ้าบ้านเจ้าเรือนดั้งเดิม หรือบรรพบุรุษซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาช้านาน บางแห่งอาจเรียกศาลตายาย โดยการตั้งศาลเจ้าที่จะตั้งได้ทั้งในบ้านและหน้าบ้าน หากอยู่หน้าบ้านต้องมีความสูงน้อยกว่าศาลพระภูมิ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรือนไทยจำลอง 4 เสา หรือ 6 เสา
สำหรับการไหว้เจ้าที่ จุดประสงค์หลักคือการให้ความเคารพและเชิญให้ดวงวิญญาณได้เข้ามาปกป้องพื้นที่นั้น ๆ ว่ากันว่า เป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสตร์ด้าน ศาสนา พิธีกรรม และความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู นั่นเอง
ขั้นตอนไหว้เจ้าที่
เบื้องต้นนั้น การไหว้เจ้าที่จะแบ่งแยกธูปที่ใช้ได้ อย่างการไหว้เจ้าที่แบบจีน มักจะเรียกกันว่า ตี่จู่เอี๊ยะ จะใช้ธูปทั้งหมด 7 ดอก โดยมีการแบ่งเพื่อปักลงบนกระถางหน้าตี่จู่เอี๊ยะ 5 ดอก แล้วปักบริเวณหน้าประตูทิศซ้ายและขวาข้างละ 1 ดอก ตามความเชื่อของคนจีน เชื่อว่าคอยคุ้มครองคนในบ้านให้รอดพ้นจากอันตราย และยังให้โชคลาภแก่ผู้อาศัย
หรือในความเชื่อไทย การใช้ธูป 7 ดอก เป็นอีกเลขที่มีความเป็นสิริมงคล อีกทั้งยังเป็นการไหว้เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาณของพ่อ แม่ และครูบาอาจารย์ผู้ได้สั่งสอนเรา
แต่หากต้องการไหว้ศาลตายาย ไหว้เจ้าที่ไร่สวน ไหว้เจ้าที่บ้านเช่า ให้ใช้ธูป 5 ดอก ซึ่งเชื่อว่าเจ้าที่เป็นดวงวิญญาณที่แกร่งกล้า มีสถานะที่เหนือกว่าวิญญาณทั่วไป หรือเปรียบดั่งเทวดา เทพารักษ์ที่อาศัยอยู่บนที่ดินแห่งนี้ เพื่อปกปักรักษาและคุ้มครอง
โดยวันเวลาที่เหมาะสมกับการไหว้เจ้าที่นั่น ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความพร้อมผู้ไหว้หรือเจ้าของบ้านจะดีที่สุด แต่ถ้าเจ้าบ้านมีเวลาและมีงบประมาณ จะแนะนำให้ไหว้ทุกวันพระ วันอังคาร วันเสาร์ หรือวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันเกิดตัวเอง และวันนักขัตฤกษ์ หรืออาจเลือกไหว้ทุก 3 เดือน ในช่วงเวลา 09.09 น. หรือ 12.00 น.
ทั้งนี้ การไหว้เจ้าที่มักใช้ของถวายอื่น ๆ ดังต่อไปนี้
ของคาว นิยมใช้เป็นหัวสัตว์อย่าง หัวหมู หรือหัวไก่ที่ผ่านกรรมวิธีการทำให้สุกมาแล้ว รวมถึงข้าวปากหม้อ (ข้าวที่หุงใหม่ก่อนคนบริโภคเท่านั้น) และต้มแกงต่าง ๆ เช่น แกงจืด
ของหวานที่นิยมนำมาถวาย ได้แก่ ขนมที่ทำมาจากนมและเนย หรือ วุ้นผลไม้ เช่น วุ้นมะพร้าว และขนมไทยที่มีความหมายมงคลต่าง ๆ เช่น ขนมสามทอง (ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง) , ขนมสีขาว-สีแดง เป็นต้น
ผลไม้ในการไหว้เจ้าที่ เช่น องุ่น, แก้วมังกร, มะพร้าวน้ำหอมอ่อน และอื่น ๆ
เครื่องดื่มที่ใช้ไหว้เจ้าที่ นิยมถวายเป็นน้ำเปล่า, น้ำชา และน้ำอัดลม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำแดง ซึ่งบางคนนิยมใช้เพื่อแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีสีแดงคล้ายเลือด แต่ในอีกความเชื่อ จะมองว่าสีแดงเป็นสีที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและพลังอำนาจอีกด้วย
ของที่ห้ามถวาย เช่น ผลไม้อย่างละมุด, มะเฟือง, พุทรา, มังคุด, ละมุด, พุทรา, น้อยหน่า, ระกำ, สละ กระท้อน, ทุเรียน, ลางสาด หรือผลไม้อื่น ๆ ที่มีความหมายไม่ดี ซึ่งอาจทำให้นำอุปสรรคต่าง ๆ นานาเข้ามาในชีวิตได้
ส่วนดอกไม้ พวงมาลัย หมากพลู รวมถึงของหอมหรือเครื่องหอมอื่น ๆ ก็สามารถนำมาถวายไหว้เจ้าที่ร่วมด้วยได้
ในกรณีที่ต้องการอยากไหว้เจ้าที่บ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยมีกำลังทรัพย์ในการเตรียมของไหว้ ก็สามารถจัดเครื่องเซ่นไหว้เพียงแค่ ผลไม้และน้ำสะอาด ก็ได้เช่นกัน
เมื่อเตรียมของไหว้เจ้าที่เรียบร้อยแล้ว ให้เริ่มจากทำความสะอาดบริเวณที่จะไหว้ให้เรียบร้อย จากนั้นตั้งโต๊ะโดยผู้ไหว้หันหน้าเข้าหาตัวบ้าน จากนั้นปูผ้าขาวบางรอง และวางของไหว้ทั้งหมดไว้บนผ้าขาวบาง จุดเทียน จุดธูปตามคำแนะนำ และบางความเชื่ออาจมีบทสวดใช้ควบคู่ด้วยในการไหว้ ขอพร หรือบนบานบอกกล่าวกับเจ้าที่
โดยคำกล่าวบอกไหว้เจ้าที่บ้านเช่า หรือบ้านเรือนทั่วไป นิยมใช้กัน ดังนี้
ข้าแต่เจ้าที่เจ้าทาง… วันนี้วันดีของข้าพเจ้า (รวมทั้งบอกบ้านเลขที่ตัวเอง บ้านหลังนี้เป็นบ้านของใคร ชื่อ – นามสกุล) เราจะทำการขอขมากรรมแก่ท่าน หากมีสิ่งใดที่ข้าพเจ้าได้ทำผิดพลาดไป ตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ทั้งที่รู้และไม่รู้ก็ดี ขอท่านเมตตาและอโหสิกรรมให้กับข้าพเจ้า และโปรดช่วยให้ข้าพเจ้าอยู่ที่บ้าน เลขที่…หลังนี้อย่างมีความสุข ราบรื่น เงินทองไหลมาเทมา (จากนั้น สามารถขอพรต่าง ๆ ตามที่ใจปรารถนา)
ส่วนใครที่ต้องการไหว้เจ้าที่ไร่สวน หรือเจ้าที่ในที่ดินเพาะปลูกหรือทำการเกษตร เพื่อเพิ่มความสบายใจ ช่วยให้เพาะปลูกได้ดี จะมีขั้นตอนการไหว้ที่แตกต่างจากการไหว้เจ้าที่บ้านเช่า หรือบ้านเรือนทั่วไป ดังนี้
เตรียมของเซ่นไหว้เจ้าที่ไร่สวนด้วย ข้าว 1 กระทง, น้ำ 1 กระทง, เครื่องบวช 12 สิ่ง จัดแจงนำใส่ถาดพร้อมเทียน 3 เล่ม ปักลงในถ้วยของที่เตรียมไว้ อย่าง ข้าวเหนียวเหลือง, ข้าวกับข้าว (แกง ), ขนมโค, ไก่ต้มสุก 1 ตัว สุรา แล้วประนมมือว่าคาถาเชิญเจ้าที่มารับของเซ่นไหว้
เมื่อกล่าวเชิญแล้ว ให้นำใบไม้หยิบของทุกสิ่งอย่างละเล็กน้อยใส่ลงในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ ตามความเชื่อของชาวบ้านว่า เจ้าที่จะได้กินของเซ่นในถาด ส่วนลูกน้องจะกินของในหลุม
พิธีกรรมความเชื่อของคนในหมู่บ้านที่ควนเนียงมาบอกเล่ากัน เพราะถือว่าในปัจจุบันมีจำนาวนน้อยแล้วที่ยังคงหลงเหลือให้เราได้เห็น เดือนเมษายนยังไม่ทันสิ้น ปฎิทินโบราณบอกว่าเดือน 6 น้ำค้างเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ ใบไม้ใบหญ้าพากันเขียวชะอุ่ม ในช่วงเดือนหกพิธีกรรมหนึ่งซึ่งเคียงคู่ เคียงข้าง ทุกก้าวย่างในหมู่บ้านเรา คือพิธีกรรมการไหว้เจ้าเท่
การไหว้เจ้าเท่ บ่งบอกถึงการเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนาทำไร่สังคมชาวบ้านสมัยแต่แรกจะมีประเพณีไหว้เจ้าเท่เจ้าที่นาเจ้าเท่สวน เพื่อให้พืชผลงอกงามไม่มีศัตรูมาทำลายเป็นการสร้างความมั่นอกมั่นใจให้เทียมดาดูแลอีกแรง
เครื่องสังเวยก็จะประกอบด้วย อาหารคาวหวาน หมากพลู ดอกไม้ธูปเทียน ไก่ปากทอง (เน้นไก่บ้านตัวผู้และไก่ตัวเมียที่ยังไม่ออกไข่ หัวหมูต้มสุก ข้าวเหนียวข้าวเจ้า ขนมต้มขาว ขนมต้มแดง ขนมโค ปลามีหัวมีหางและที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล้าขาว น้ำเปล่า เบี้ยค่าราชตั้งขันครู 10-20บาท
การไหว้เจ้าเท่ มักจะทำกันในช่วงข้างขึ้นเดือน 6 และวันดีคือวันเสาร์กับวันอังคารโดยจะไหว้ให้ทันก่อนเที่ยงเท่านั้นอไหว้เสร็จแล้วก็จะนำหางใบตอง เอาเครื่องสังเวยอย่างละนิดอย่างละหน่อยใส่ใบตองแล้วห่อนำไปฝังดินไว้หรือนำไปวางไว้ เพื่อให้กับสรรพสัตว์ที่ไม่สามารถมารับร่วมกับเทวดาได้
การไหว้เจ้าเท่สำหรับคนที่มีที่ดินหลายแปลงก็จะไปขุดดินมาจากแปลงต่างๆรวมกันเหมือนเป็นการอัญเชิญเทวดามาพร้อมๆกันในทุกที่ เสร็จพิธีก็จะนำกลับไปไว้ที่เดิม เมื่อหมอทำพิธีเสร็จก็จะทิ้งไว้ให้เทวดาได้กินเครื่องสังเวย หลังจากนั้นก็จะเหลือรอยเดนรอยชาน ลูกหลานก็เอาไปกินส่วนหมอก็จะหยิบเอาค่าราชและเหล้าขาวไป จึงเป็นอันเสร็จพิธี
เครื่องเซ่นไหว้ ประกอบไปด้วย
-หัวหมูนึ่ง
-ไก่นึ่ง
-ข้าวสวย
-ข้าวเหนียว
-ขนมถั่วตัด
-ขนมหวาน ที่บ้านใช้ ขนมโค ขนมต้มแดง
-ผลไม้
-น้ำ 1 แก้ว
-เหล้าขาว 1 แก้ว
-ประทัด
-ธูป เทียน
ไหว้เซ่นไหว้เจ้าที่ อีกหนึ่งประเพณีคู่เดือน 6 พิธีกรรมความเชื่อของภาคใต้บ้านเรา ที่ยังหลงเหลือยู่
พิธีกรรมความเชื่อของคนในภาคใต้มาบอกเล่ากัน เพราะถือว่าในปัจจุบันมีจำนาวนน้อยแล้วที่ยังคงหลงเหลือให้เราได้เห็น เดือนเมษายนยังไม่ทันสิ้น ปฎิทินโบราณบอกว่าเดือน 6 น้ำค้างเดือนหก ฝนก็ตกพรำ ๆ ใบไม้ใบหญ้าพากันเขียวชอุ่ม ในช่วงเดือนหกพิธีกรรมหนึ่งซึ่งเคียงคู่ เคียงข้าง ทุกก้าวย่างในหมู่บ้านเรา คือ พิธีไหว้สวน หรือ พิธีเซ่นไหว้เจ้าที่ ซึ่งเป็นพิธีเซ่นไหว้เพื่อแสดงความเคารพต่อเจ้าที่ ที่คอยดูแล ปกปักรักษาบ้านเรือนให้มีความสุขและขอให้ได้รับผลผลิตจากสวนอย่างเต็มที่ พืชผลงอกงามไม่มีศัตรูมาทำลายเป็นการสร้างความมั่นอกมั่นใจให้เทียมดาดูแลอีกแรง พิธีนี้จะจัดทำทุก ๆ ปีในช่วงข้างขึ้นเดือน 6,7,9 ตามปฏิทินไทย และวันดีคือ ”วันเสาร์กับวันอังคาร” โดยจะไหว้ให้ทัน “ก่อนเที่ยงเท่านั้น”
เครื่องเซ่นไหว้ ประกอบไปด้วย
1. หัวหมูต้ม
2. ไก่ต้ม (เน้นไก่บ้านตัวผู้และไก่ตัวเมียที่ยังไม่ออกไข่)
3. ปลามีหัวมีหาง
4. ข้าวสวย
5. ข้าวเหนียว
6. ขนมถั่วตัด
7. ขนมหวาน ( ขนมโค, ขนมต้มแดง)
8. ผลไม้
9. น้ำ 1 แก้ว
10. เหล้าขาว 1 แก้ว
11. หมาก-พลู
12. ดอกไม้, ธูป- เทียน
13. เบี้ยค่าราชตั้งขันครู 10-20บาท
14. ประทัด
ในการทำพิธีจะมี หมอไหว้เจ้าที่ เป็นผู้ทำหน้าที่บริกรรมคาถา และกล่าวคำขมาลาโทษ อัญเชิญบรรพบุรุษมารับการเซ่นไหว้ หลังจากไหว้เสร็จแล้วก็จะนำหางใบตอง เอาเครื่องสังเวยอย่างละนิดอย่างละหน่อยใส่ใบตองแล้วห่อนำไปฝังดินไว้หรือนำไปวางไว้ เพื่อให้กับสรรพสัตว์ที่ไม่สามารถมารับร่วมกับเทวดาได้ หลังจากกล่าวเสร็จก็จะจุดประทัด เป็นอันเสร็จพิธี ลูกหลานก็จะได้ยกของไหว้มากินต่อ เรียกว่ารอยเดนรอยชานกินแล้วได้บุญ
เคล็ดลับไหว้เจ้าที่เปิดทรัพย์
เรื่องลี้ลับและสิ่งเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็น ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทางที่มีอยู่ในทุกบ้านและเป็นความเชื่อที่ถูกส่งต่อกันมาช้านาน เจ้าที่เจ้าทาง คือ ดวงวิญญาณที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ก่อนที่เราจะย้ายเข้าไปอยู่ หรือก่อนที่จะมีการสร้างบ้านเรือน สร้างอาคาร เพื่อเป็นความเคารพและให้เกียรติผู้ซึ่งอยู่มาก่อน วิธีการไหว้เจ้าที่เจ้าทางและบทสวด ไหว้เจ้าที่เจ้าทางจึงได้ถือกำเนิดและถูกปฏิบัติส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เพราะเชื่อว่า หากได้ทำการไหว้แล้วจะช่วยเปิดทางสว่างให้มีแต่ความโชคดีเข้ามา รับทรัพย์ และอยู่อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุข เชื่อไว้ไม่เสียหาย กับเคล็ดลับไหว้เจ้าที่เจ้าทางให้ชีวิตปัง มีแต่ความรุ่งโรจน์
ของไหว้ที่ต้องเตรียมให้พร้อม
ของไหว้ที่ต้องเตรียมให้เจ้าที่เจ้าทาง จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ทั้งนี้แล้วแต่ความเชื่อและศาสตร์ต่าง ๆ ในการไหว้ โดยจะมีของไหว้หลัก ๆ ดังนี้
1. ธูปจำนวน 5 ดอก
2. เทียน 2 เล่ม
3. น้ำชา 5 แก้ว
4. ดอกดาวเรือง 9 ดอก
5. หมากพลู 9 คำ
6. ผ้าขาวบาง 1 ผืน
7. ผลไม้ 9 ชนิด นิยมเลือกผลไม้ที่มีความหมายเป็นมงคล เช่น กล้วย ส้ม ทับทิม องุ่น สาลี่ แอปเปิ้ล ลูกพลับ (อาจจะมีขนมหวานเพิ่มเติมก็สามารถทำได้)
บทสวด ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง
"อิติสุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคาพระภุมมะเทวา ขะมามิหัง" (3 จบ)
เสร็จแล้วท่องตามด้วย นะโม 3 จบ
เจ้าที่ เทวดานัง ปิยะสุตวา มหาลาโภ ประสิทธิลาภา ประสันนะจิตตาศรีทาสุตถี พระวันตุเมฯ ขอบารมี พระภูมิเจ้าที่เจ้าทาง บัดนี้ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ขอจุดธูปเพื่อสักการะเทพ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน จงเปิดทางทรัพย์ ให้ตลอดทั้งวันนี้ข้าพเจ้าได้รับข่าวดี ค้าขายร่ำรวย ตลอดทั้งวันด้วยเทอญ.
วิธีการไหว้เจ้าที่เจ้าทาง
ฤกษ์ในการไหว้เจ้าที่เจ้าทางขึ้นอยู่กับความสะดวกและความพร้อมผู้ไหว้หรือเจ้าของบ้านจะดีที่สุด ถ้าพอมีเวลาและงบประมาณอาจจะไหว้ทุก 3 เดือนก็สามารถทำได้เช่นกัน แนะนำไหว้เจ้าที่เจ้าทางช่วงเวลา 09.09 น. หรือ 12.00 น.
1. เริ่มจากทำความสะอาดบริเวณที่จะไหว้ หรือถ้าบ้านไหนมีการตั้งศาลเจ้าที่เจ้าทางก็ให้ทำความสะอาดศาลให้เรียบร้อยก่อนทำการไหว้
2. ตั้งโต๊ะโดยผู้ไหว้หันหน้าเข้าหาตัวบ้าน จากนั้นปูผ้าขาวบางรอง และวางของไหว้ทั้งหมดไว้บนผ้าขาวบาง
3. จุดธูป จุดเทียน และท่องบทสวดพร้อมทั้งขอขมาเจ้าที่เจ้าทาง "ข้าแต่เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าของที่เจ้าของทาง เจ้าของบ้านเจ้าของเรือนบ้านเลขที่...(บ้านเลขที่ตัวเอง) บ้านหลังนี้ วันนี้เป็นวันดี ข้าพเจ้า...(ชื่อ-นามสกุล) นำเครื่องสักการะบูชามาตั้งถวายเพื่อขอขมากรรม หากมีสิ่งใดก็ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำผิดไปทั้งตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ทั้งรู้ก็ดี ไม่รู้ก็ดี ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมท่าน ขอท่านจงโปรดงดโทษ เว้นโทษและอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด และโปรดช่วย...(คำอธิฐานของเราเอง)"
วิธีการไหว้เจ้าที่เจ้าทางมีหลากหลายศาสตร์ให้เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ที่ความสมัครใจ ความสะดวกใจในการไหว้เจ้าที่เจ้าทางด้วย ซึ่งถ้าเชื่อไว้ไม่เสียหายเป็นความเชื่อส่วนบุคคุลที่ทำเพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นเหมือนใบเบิกทางให้ทำอะไรไม่ติดขัดและรุ่งโรจน์มากขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่เราปฏิบัติตัวด้วยอย่าหวังแต่พึ่งเจ้าที่เจ้าทางหรือสิ่งศักดิ์อย่างเดียว และหากต้องการอะไรดี ๆ เลยแบบไม่ต้องรอผลนาน แนะนำสั่งซื้อพื้นไม้และประตูของทางลีโอวูด มีรับประกันและได้รับคุณภาพตามมาตรฐานการผลิตของยุโรปอีกด้วย จัดส่งฟรีทั่วประเทศ