17 มิถุนายน, 2568

เครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงอำเภอท่าศาลา จังหวัดนดรศรีธรรมราช

แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงเป็น หมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับชุมชนโบราณโมคลานซึ่งอยู่ห่าง ไปทางทิศตะวันตกเพียง ๑ กิโลเมตร โดยเเบ่มชนด้วยคลองมะยิง (ปากพยิง) และคลองโต๊ะแน็งจากการสำรวจเเละขุดคั้นทางโบราณคดีพบว่าชุมชน โบราณโมคลานหรือปัจจุบันอยู่ในอาณาบริเวณวัดโมคลานและโรงเรียนประถมศึกษาวัดโมคลาน เป็นชุมชนที่สำคัญในแถบนี้มีอายุไม่น้อยกว่าพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ยังเหลือร่องรอยสิ่งก่อสร้าง ที่เป็นซากอาคารอิฐ และเสาหิน พบเศษกระเบื้องมุงหลังคาและเครื่องปั้นดินเผาจำนวนหนึ่งเข้าใจว่า เป็นของที่ผลิตขึ้นในชุมชนและอาจตกทอดและเทคโนโลยีการผลิตมายังบรรพบุรุษของนักปั้นหม้อ ที่บ้านมะยิงก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี ความเก่าแก่ของชุมชนโมคลานนั้น เป็นที่รู้จักของชาวท้องถิ่นใน จังหวัดนครศรีธรรมราช ดังมีบทกลอนพื้นบ้านบท หนึ่งว่า "ตั้งดินตั้งฟ้า ตั้งหญ้าเข็ดมอน โมคลาม มาก่อน เมืองนครมาหลัง" ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ช่างปั้นหม้อที่บ้านมะยิงทำให้ทราบภูมิหลัง ของหมู่บ้านมะยิงว่าไม่เพียงเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ชุมชนเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังมีชื่อเสียงว่าเป็นหมู่บ้าน ปั้นหม้อ โดยผลิตเครื่องปันดินเผาแบบพื้นเมืองโบราณแทบทุกครัวเรือน เพื่อส่งออกจำหน่าย มาหลายชั่วคน สืบได้วามีอายุไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ปีสมัยที่เฟื่องฟูที่สุดของการผลิตหม้อที่บ้านมะชิง เป็นสมัยเดียวกับการผลิตกระเบื้องดินเผาที่เกาะขอจังหวัดสงขลา กล่าวกันว่า "บ้านมะยิงทำหม้อ เกาะขอทำเบื้อง" จึงไม่มีการแก่งแย่งในทางตลาดในสมัยนั้นแต่อย่างใด เล่าสืบต่อกันมาในหมู่นักปั้นหม้อรุ่นหลาน-หลนที่ยังหลงเหลือในปัจจุบันว่า ในเวลาตอนเข็นผื่อช่างปั้นหม้อเริ่มปั้นหม้อแล้วตีหม้อขึ้นรูปด้วย ถูกตั้ง(ลูกถือ หรือ ลูกเถอ) และไม้ตี มีเสียงดังเป็นจังหวะรับกันเป็นทอด ๆ ทั้งบ้าน เมื่อตีหม้อพร้อมๆ ทันทำให้เกิดเสียงดังจนม้าที่ผ่านมาทางนี้ตกใจกลัววังหนี เนื่องจากการผลิตหม้อเป็นอาชีพเลี้ยงชีวิต ที่สำคัญของชาวบ้านมะยิงเเต่โบราณ การผลิตหม้อได้มาก เผาสุกในคุณภาพดี ไม่ชำรุดเสียหายจึง เป็นสิ่งสำคัญ นักปั้นหม้อปัจุบันยังคงรักษาพิธีการ เซ่นสังเวยที่เตาเผา ซึ่งยังคงสืบทอดความเชื่อ และพิธีกรรมมาแต่ครั้งบรรพบุรุษของนักปั้นหม้อจนกระทั่งปัจจุบัน สภาพการทำเครื่องปั้นดินเผาในปัจจุบัน
การผลิตเครื่องปันดินเผาที่บ้านมะยิงอยู่ในรูปของผู้ผลิตรายเล็ก ที่ใช้แรงงานในครัวเรือน เป็นหลัก ในปัจจุบันมีจำนวนประมาณ ๗ - ๘ครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ในครัวเรือน เน้นที่ประโยชน์ใช้สอย เช่น หม้อยักษ์สวด (หวด) โอ่งน้ำ กระถาง ฯลฯ บางส่วนเป็น ผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กสำหรับเป็นของที่ระลึก กรรมวิธีการผลิตส่วนใหญ่ได้รับการถ่ายทอด จากคนรุ่นก่อน เครื่องมือเครื่องใช้แบบง่ายๆ ที่ทำ ขึ้นเองหรือดัดแปลง จากสิ่งของที่หาได้ในหมู่บ้าน และของใช้ในในชีวิตประจำวันตลอดจนของเล่นเด็ก การผลิตส่วนใหญ่เป็นการผลิตตามคำสั่งของพ่อค้า ที่มารับไปจำหน่ายภายนอกหมู่บ้าน และบางส่วน ได้วางขาย ปลีกภายในหมู่บ้านเอง โดยมีการตั้ง กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาเพื่อต่อรองราคาในการจำหน่ายด้วย ส่วนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาแบบพื้นเมือง โบราณบ้านมะขิงในปัจจุบันมีเหลือเพียง ๓ - ๔ครัวเรือนเท่านั้นจากการสัมภาษณ์นักปั้นหม้อทราบว่าผู้สูงอายุในหมู่บ้าน คือนางเกยูร คล้าขนาวินอายุ ๘๐ ปี บ้านเลขที่ ๕๕ หมู่ที่ ๖ บ้านมะยิงตำบล โพธิ์ทอง ได้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกหลานและสมาชิกในชุมชนแต่ปัจจุบันชรามากแล้ว นางเกยูรเรียนรู้การปั้นหม้อจากมารดาและบิดา มารคาชื่อนางเลียบ บัวแก้ว เป็นชาวบ้านมะยิง บิดาเป็นชาวมอญ ชื่อนายเหลียนมาจากปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี รู้วิธีการปั้นหม้อเเบบมอญ และ นำเทคนิคการผาและสร้างเตาระบายความร้อนแนวเฉียง(เตานอน) แบบมอญมาปรับใช้แทนเตาเผาแบบเดิมซึ่งเป็นเตาแบบระบายความร้องแนวตั้ง (เตายืนเตากลม) ซึ่งเตานี้พัฒนามาจากการขุดจอมปลวก เข้าไปเพื่อเป็นเตา (เตาปลวก) ช่างปั้นดินเผาบ้านมะยิง
การผลิตเครื่องปั้นดินเผาแบบพื้นเมืองโบราณบ้านมะยิงในปัจจุบันมีเหลือเพียง ๓ – ๔ ครัวเรือนเท่านั้น ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน คือนางเกยูร คล้ายนาวิน อายุ ๘๐ ปี บ้านเลขที่ ๕๕ หมู่ที่ ๖ บ้านมะยิง ตำบลโพธิ์ทอง ได้เป็นผู้ถ่ายทอดความ รู้ให้กับลูกหลานและสมาชิกในชุมชนแต่ปัจจุบัน ชรามากเเล้ว นางเกยูรเรียนรู้การปืนหม้อจากมารดา และบิดา มารดาชื่อ นางเลียบ บัวแก้วเป็นชาวบ้าน มะยิง บิดาเป็นชาวมอญ ชื่อนายเหลียนมาจาก ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รู้วิธีการปั้นหม้อแบบ มอณู และนำเทคนิคการเผาและสร้างเตาระบาย ความร้อนแนวเฉียง (เตานอน) แบบมอญมาปรับใช้ แทนเตาเผาแบบเดิม ซึ่งเป็นเตาแบบระบายความร้อนแนวตั้ง (เตายืน เตากลม) ซึ่งเตานี้พัฒนามาจาก การขุดจอมปลวกเข้าไปเพื่อเป็นเตา (เตาปลวก) ช่างปั้นดินเผาบ้านมะอิงในปัจจุบัน มีทั้งผู้ที่ดำเนิน การผลิตโดยสืบทอดมาจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุสามารถบอกเล่าถึงเทคนิคดั้งเดิม ที่ปีจจุบันสูญหายไปบ้าง และผู้ที่เพิ่งเข้ามาดำเนินการผลิตอย่างจริงจัง ได้นำเทคนิคจากภายนอกเข้ามาประยุกต์ใช้กับแบบดั้งเดิม โดยมีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเครื่องปั้นดินเผา มีช่างปั้นรวมกลุ่มกันหลายคน เพื่อความเข้มแข็งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจำหน่าย คณะผู้ศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าและสัมภายณ์ กระบวนการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงกลุ่มของ นางจำเป็น รักษ์เมือง หรือป้าเอียด ประกอบด้วย ช่างปั้น ดังนี้
๑. นางจำเป็น รักษ์เมือง (ป้าเอียด) เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖ อาศัยอยู่บ้านเลขที่๑๘ หมู่ที่ ๖ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โทรศัพท์๑๗-๒๒๗๐๘๐๑๓ มารดาชื่อนางเข็ม เป็นชาวทุ่งกำ (วัดใหญ่) วัดโมคลาน บิดาชื่อนายเดช รัตนศรีสุข เป็นชาวน้ำไกลโมคลาน เรียนรู้การปั้น หม้อจากบรรพบุรุษ คือ พ่อและแม่
๒. นางภิรมย์ บุญศรี เกิดเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๐๔ บ้านเลขที่ ๑๘/๒ หมู่ที่ ๖ ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นหลานนางจำเป็น รักษ์เมือง มีความชอบและสนใจการปั้นหม้อ โดยศึกษาเรียนรู้จากแม่เฒ่า -พ่อเฒ่า คือนางเข็ม และนายเดช รัตนศรีสุข และเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตนเอง
๓. นางสมพร เสนาะกรรณ เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๕๒ บ้านเลขที่ ๑๒๙ หมู่ที่ ๑๒ ต.โมคลาน บิดาชื่อ นายเพ็ง มิถิลา เป็นชาวบ้านมะยิง มารดาชื่อ นางหวล เป็นชาวปากพนัง เรียนรู้การทำเครื่องปั้นดินเผาจากบรรพบุรุษและขณะนี้รวมกลุ่มทำ เครื่องปั้นดินเผากับนางจำเป็น และนางภิรมย์ กระบวนการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง กระบวนการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิงมี ๔ ขั้นตอน คือ การเตรียมวัตถุดิบ (หรือเตรียมปั้นขึ้นรูป การตกแต่งและการเผา กระบวนการทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ๑.การเตรียมดิน และวัตถุดิบ ช่วงปั้นจะนำพิมเหนียวที่มาเก็บไว้ในไรสรือน โดยใช้พลากหรือก็หรือคือพี่พลุม ให้ก็หัวเร็วเกินไป กระบวนการของการเตรียม การก็จะเริ่มต้นด้วยการย่อยหรือเเซะดิน ผสมกับน้ำและทรายละเอียด และทำการคัดเลือกสิ่งปลอมปนออกด้วย วิธีการหมักดิน ๑. น้ำใช้ผรมโดยราคละไปไปนมเท่งคืนที่แซะอกกกกกทองหินเห็นเล็กเราทาe วัน หรือ - คืน ๒. ทรายละเอียด ใช้สำหรับรองพื้นเพื่อป้องกันมิให้ดินเหนียวติดก้นหลุมหรือ ๓.ส่วนผสม ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องปั้น และความชื้นของดิน เช่นดินเหนียว จัดทำให้ภาชนะแตกง่ายต้องผสมทรายให้มาก เพราะทรายช่วยให้การขึ้นรูปใด้ดี อัตราส่วน ดิน: ทราย -๘๐ : ๒๐ หรือตามความเหมาะสมของเนื้อดิน
๒. การปั้นขึ้นรูป การปั้นหรือการขึ้นรูป นับปืนขั้นตอนที่สำคัญขั้นหนึ่งของช่างปั้นหม้อ ผู้ปั้นต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ จึงจะเป็นรูปภาชนะ หรือเครื่องปั้นอื่นที่ต้องการ ใด้อย่างงดงาม และยังขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ระบุคคลด้วย การบันรูปภาขนะต่างๆ ของช่างบ้านมะยิง ใช้วิธีขึ้นรูป 2แบบ คือ การปั้นขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน (Throming Methed) ซึ่งใช้กับการที่มีขนะที่มีขนาดเล็ก เช่น แจกัน หม้อแกง กระถางต้นไม้ การปั้นขึ้นรูปแบบขด(Coil Method) เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมาแต่โบราณโดยแพร่หลาย เพราะสามารถสร้างงานเครื่องปั้นดินเผาได้ดีตั้งแต่ขนาคเล็กถึงขนาดใหญ่ แต่ช่างทำเครื่องปั้นดินเผาบ้าน-มะยิงจะใช้กับเครื่องปั้นขนาดใหญ่ เช่น ไห เผล้ง กระถางขนาดใหญ่
๓. ลายและการตกแต่งภาชนะ หลังจากปั้นรูปภาชนะได้ตามต้องการแล้ว ขั้นต่อไปคือการทิ้งไว้ให้เนื้อดินแห้งหมาด มีแสงแดดก็จะเอาไปผึ่งเเดด แต่ถ้าไม่มีก็ทิ้งไว้ในที่ร่ม ถ้าเป็นภาชนะที่ต้องผ่านการตกแต่งก่อน จึงจะได้ รูปทรงเรียบร้อย เช่น หม้อ หรือเผล้ง จะผ่านการตากลาย ๒ ครั้ง จึงจะเอาเข้าเตาเผาได้ ๔. การเผา การเผาเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ยังเป็นการเผาดิบมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่ ปรากฏการเผาเคลือบแต่อย่างใด ก่อนทำการเผา จะต้องมีการเซ่นสังเวยเตาเผาด้วย เพราะมีความเชื่อกันว่าการเซ่นสังเวยจะช่วยให้ผลงานที่ได้สมบูรณ์ไม่เสียหาย หลังจากทำการเผาประมาณ ๔ - ๕ วัน และมั่นใจ แล้วว่าเครื่องปั้นในเตาสุกดีแล้ว ผู้เผาจะปิดช่องไฟ ทุกช่องทิ้งไว้ประมาณ ๑๐ - ๑๒ ชั่วโมง(๑ คืน) แล้วจึงเปิดช่องไฟทุกช่องออก ทิ้งไว้ประมาณ ๒๕ ชั่วโมง (๑ วัน) เเล้วจึงค่อยลำเลียงเครื่องปั้น ออกจากเตาคัดเลือกและแยกประเภทของเครื่องปั้น นำเก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดดโดนฝน ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้สีของเครื่องปั้นจางและกันความสกปรก รอการลำเลียงส่งออกสู่ตลาดต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื้อดินปั้นของบ้านมะยิง มี เม็ดกรวดค่อนข้างมาก แม้ว่าจะสามารถขึ้นรูปได้ดี แต่เมื่อเผาที่อุณหภูมิสูงเม็ดกรวคอาจจะเกิดการ ปูดบวมทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่สวยงาม การคัดขนาด อนุภาค จะช่วยลดปัญหานี้ได้ แต่อาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านการขึ้นรูป และความแข็งแรงตามมา(ปัจจุบันชาวบ้านมีการร่อนดินเพื่อคัดขนาดอนุภาคอยู่แล้วแต่จะใช้เฉพาะกับการปั้นผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กเท่านั้น) ดังนั้นแนวทางที่เป็นไปได้ในการปรับปรุงเนื้อดินปั้นคือการร่อนขนาดดิน และผสมวัตถุดิบที่ไม่มีความเหนียว เช่น ทราย ดินเผา(grog) เพื่อลดความเหนียวสามารถขึ้นรูปได้ง่าย
รูปแบบผลิตภัณฑ์ จากการศึกษาเครื่องปืนดินตากบ้านมะถึง มุ่งที่จะทราบกระบวนการผลิต ประเภท ชนิด ลักษณะ รูปแบบและประโยชน์ใช้สอย ลายและการสร้างลายโดยมุ่งเน้นศึกษากระบวนการผลิตเป็นสำคัญ ในอดีต ผลิตแต่หม้อหุงข้าว หม้อใส่น้ำ หม้อต้มมยา แต่ปัจจุบันมีภาชนะรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นขึ้น และยังผลิต รูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้น และยังผลิตรูปแบบต่างๆ ตามใบสั่งด้วย ปัจจุบันรูปแบบเครื่องปั้นดินเผาที่นิยม ผลิตที่บ้านมะยิงประกอบด้วย หม้อ กระถางต้นไม้และสวดดังนี้ ๑. หม้อ ประกอบด้วย หม้อหุงข้าวหม้อใส่น้ำ หม้อต้มยา ๒. กระถางต้นไม้ ๓. แจกัน
๔. เผล้งเครื่องปั้นดินเผาบ้านมะยิง ๕. อ่าง ๖. ภาชนะสำหรับเด็กเล่น ฯลฯ ๗. หม้อมี ๓ ชนิดคือ หม้อหุงข้าว หม้อใส่น้ำ หม้อต้มยาสมุนไพร มี 3ขนาดคือ ใหญ่ กลาง เล็ก ๘.กระถางต้นไม้ กระถางต้นไม้บ้านมะยิงมี 2ชนิดคิอ กระถางตั้งและกระถางแขวน กระถางตั้งมีหลายขนาด แยกเป็นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ๙. แจกัน แจกันแบ่งตามรูป แบบมี ๒ แบบ คือแจกันรูปแบบธรรมดา และและแจกันทรงสูง ตกแต่งลวดลายประณีต มีหลายขนาด ๑๐. เผล้ง มี ๒ ชนิดคือมีผ่าและไม่มีฝาแบ่งเป็นเผล้งน้ำดื่ม น้ำใช้ เผล้งขนมหวาน เผล้งน้ำยาขนมจีน มีหลายขนาดตามประโยชน์ของการใช้งาน มีฝาปิด และไม่มีฝาปิด ชนิดมีฝาปิดช่วงปากปากจะสูงกว่าชนิดในมีฝาปิด และป่องออกเพื่อรองรับฝ่าปิด มีการดีลายรอบนอก ข้างในเรียบ
๕.สวด (หวด) หม้อสวดใช้นึ่งข้าวเหนียว กำหนดขนาดตามประโยชน์ใช้สอย คือ ขนาดเล็ก ใหญ่ สวดแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนล่าง มีลักษณะคล้ายตัวเผล้ง มีการตี ลาย ๖. อ่าง และภาชนะตกแต่งสวน ลักษณะทั่วไป ตัวอ่างเตี้ยผิวนอกเรียบตกแต่งลายผิวในขัดเรียบ ขอบปากนะข้างในกลางก้นนูนขึ้นช ๗.สำหรับภาชนะเด็กเล่น และผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากเพื่อใช้สอยแล้วบ้านมะยังผลิตของของเล่นเด็ก จะเป็นลักษณะย่อส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นรางขนมครก อุปกรณ์เครื่องครัว พวกหม้อต่างๆ เตาหุงข้าวแบ่งเป็นชุดๆ สำหรับเด็กเล่น นอกจากนี้ก็ยังผลิตของที่ระลึกของประดับตกแต่ง ตามที่ผู้ว่าจ้าง เช่นพระพุทธรูปต่างๆ
อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบัน ควรจะมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ให้มีความหลากหลายและตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เนื่องจากของที่ทำอยู่เดิมถึงแม้จะมีความหลากหลายแต่รูปแบบยังขาดความสนใจ เเละขาดกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าในประเภทกระถางและแจกัน เพราะคนในละแวกนี้ล้วนเริ่มรู้จักว่าที่บ้าน มะยิงปัจจุบันผลิตสินค้าประเภทนี้ ควรหันกลับมาทำภาชนะผลิตภัณฑ์เพื่อการอนุรักษ์ เช่น เผลิ้ง เนียง และออม แต่จุดประสงค์ในการทำมิใช่เพื่อการใช้งาน หากแต่เป็นของที่ระลึก ของฝากและ ใช้ตกแต่ง ส่วนประโยชน์ใช้สอยเดิมให้เป็นรองไปควรจะมีการส่งเสริมในเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยส่งเสริมการขายด้วย ผู้เขียน : นางสาวอุไรวรรณ แดงงาม นักวิชาการวัฒนธรรม ๗ ว. กลุ่มแผนงาน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช .หนังสือสารนครศรีธรรมราช ฉบับพิเศษ เดือนสิบ’๕๑