03 กุมภาพันธ์, 2569

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งแรก พ.ศ.2502

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2502
ปี พ.ศ.2502นครศรีธรรมราชหัวเมืองใหญ่เมืองใต้เมืองแห่งวิถีพุทธ วิถีชีวิตบนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยและคู่พระบารมีนั่นคือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จประพาสเพื่อเยี่ยมเยือนพสกนิกรของพระองค์ความปลาบปลื้มของชาวบ้านชาวเรือนในยุคนั้นที่จะได้ชื่นชมในพระบารมีของทั้งสองพระองค์ช่างทรงคุณค่า ด้วยเพราะตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จนิวัติประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2493 มานั้นยังมิเคยเสด็จมาทางปักษืใต้เลย การเตรียมการรับเสด็จต่างเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงทั้งหน่วยราชการและประชาชน ภาพอดีตที่จะนำเสนอเป็นการถอดช่วงเวลาสำคัญในการเสด็จมายังนครศรีธรรมราชที่ได้บันทึกเป็นวิดีโอและนำมานำเสนอกับภาพปัจจุบันปี 2560 เพื่อความเข้าใจและภาคภูมิใจว่าครั้งหนึ่งเมืองนครศรีธรรมราช….เมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นหัวเมืองใหญ่ที่เป็นต้นแบบของเมืองน้อยใหญ่ เป็นเมืองที่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรมอันยิ่งใหญ่ได้เสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์ท่านตามรอยเสด็จในครั้งนี้และครั้งใหนๆอีกหลายครั้งจะยังคงฝังลึกตราตรึงในความทรงจำพวกเราชาวเมืองนครฯตลอดไป และรอยจารึกนี้จะส่งผ่านชั่วลูกชั่วหลานบนแผ่นดินแห่งนี้ แผ่นดินพ่อ ที่พวกเราผู้เกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9
ทรงเสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังอ.ทุ่งสง โดยทรงเสด็จผ่านมาทางตำบลกะปางมีการจัดสร้างซุ้มรับเสด็จอย่างสวยงาม คณะผู้ว่าราชการจังหวัดนำข้าราชบริพาร และพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จ พร้อมทั้งได้ถวายพระแสงประจำเมือง ในอำเภอทุ่งสงนั้นมีราษฎรมาเฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก มีราษฎรเปล่งเสียงขึ้นมาว่า “คิดถึงพระองค์มาหลายวันแล้ว” ซึ่งคงหมายถึงได้รู้ข่าวว่าพระองค์ท่านจะเสด็จจึงเฝ้ารอวันรับเสด็จด้วยอย่างใจจดจ่อ พื้นที่รับเสด็จในตัวอำเภอทุ่งสงปัจจุบันคือที่ว่าการอำเภอทุ่งสง บริเวณสี่แยกถนนชัยชุมพล บริเวณนี้จะมีการจัดสร้างซุ้มในรูปแบบผสมผสานวัฒนธรรมไทยและจีน แสดงให้เห็นว่าพสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จนั้นมัทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้มาพึ่งบารมีพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่านอยู่ในอำเภอทุ่งสง มาตั้งแต่บรรพบุรุษ
ซุ้มรับเสด็จในยุคสมัยนั้นดูอลังการและพิถีพิถันตามแบบฉบับซึ่งมีทั้งศิลปแบบไทยชาวบ้าน และผสมผสานด้วยศิลปผสมไทยและจีน ซึ่งต่างร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างทั้งโดยภาคราชการ และประชาชน ทั้งประชาชนที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จต่างจูงลูกจูงหลานมาคอยรับเสด็จทั้งสองพระองค์ท่านอยู่ก่อนเป็นเวลานานแล้ว
จากนั้นทรงเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังอำเภอร่อนพิบูลย์สถานที่รับเสด็จคือโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอร่อนพิบูลย์ โรงเรียนร่อนพิบูลย์เดิมซึ่งปัจจุบันพื้นที่นี้อยู่ติดกับตัวที่ว่าการอำเภอร่อนพิบลูย์ และโรงเรียนแห่งนี้ปัจจุบันยังเปิดสอน ในส่วนเป็นที่ทรงประทับของทั้งสองพระองค์ทางโรงเรียนยังคงดูแลเก็บรักษาไว้ โดยมีการพิมพ์ภาพที่ทั้งสองพระองค์ประทับใว้เมื่อปีที่เสด็จติดประดับใว้ให้รู้
สถานที่รับเสด็จคือโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอร่อนพิบูลย์ โรงเรียนร่อนพิบูลย์เดิมซึ่งปัจจุบันพื้นที่นี้อยู่ติดกับตัวที่ว่าการอำเภอร่อนพิบลูย์ และโรงเรียนแห่งนี้ปัจจุบันยังเปิดสอน ในส่วนเป็นที่ทรงประทับของทั้งสองพระองค์ทางโรงเรียนยังคงดูแลเก็บรักษาไว้ โดยมีการพิมพ์ภาพที่ทั้งสองพระองค์ประทับใว้เมื่อปีที่เสด็จติดประดับใว้ให้รู้ สำหรับการจัดสร้างซุ้มรับเสด็จและพลับพลาชั่วคราวอันเป็นที่ทรงประทับเมื่อเสด็จมาเยี่ยมพสกนิกรชาวอำเภอร่อนพิบูลย์นั้น ทางราชการได้มอบหมายให้ทางคณะครูอาจารย์โรงเรียนร่อนพิบูลย์เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างและเตรียมงานทั้งหมด ในขณะนั้นมีอาจารย์ศิลปะซึ่งจบการศึกษามาจากโรงเรียนเพาะช่างในสมัยนั้นได้มาประจำตำแหน่งที่โรงเรียนร่อนพิบูลย์ ได้เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการสร้างโดยใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด
จะเห็นได้จากภาพที่ทั้งสองพระองค์ทรงมีปฏิสันถารกับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จนั้น ดูเป็นบรรยากาศแบบพ่อแสดงความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับลูก ความประทับใจนี้ฝังแนบแน่นในห้วงความทรงจำของชาวร่อนพิบูลย์และชาวไทยทุกคนไปตลอด จวบแม้กระทั่งทุกวันนี้หรือตราบนานเท่านานก็ยังจะคงได้ยินเสียงเล่าชานถึงพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย
ตรงบริเวณสี่แยกอำเภอร่อนพิบูลย์เป็นที่จัดตั้งซุ้มรับเสด็จที่ทางครูและอาจารย์ของโรงเรียนร่อนพิบูลย์ร่วมกันจัดสร้าง วัสดุในยุคนั้นก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยนำวัสดุจากธรรมชาติที่หามาได้เช่นไม้โครงเสา ไม้หมาก ไม้ไผ่ ไม้ระแนงต่างๆ นำมาตกแต่งประดับประดาเป็นสัญญลักษณ์พระบรมธาตุประจำจังหวัดบ้าง เป็นอักษรบ้าง อย่างสวยงาม
จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินต่อมายังตัวอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ในขณะนั้นโดยใช้เส้นทางผ่านอำเภอพระพรหม (ปัจจุบัน) ผ่านสี่แยกหัวถนน(สี่แยกศาลามีชัย) เข้าสู่อำเภอเมืองโดยได้เสด็จเข้าสักการะพระบรมธาตุ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีความผูกพันและทรงศรัทธาทรงพระดำเนินตามรอยอดีจบูรพกษัตริย์ทรงพระศรัทธาในคำสอน และทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงเป็น“พุทธมามกะ” และทรงเป็น “พุทธศาสนูปถัมภก” และพระองค์ยังเปี่ยมไปด้วยความเป็น“ธรรมราชา” ผู้ทรงปกครองแผ่นดินด้วยธรรมานุภาพซึ่งพระองค์ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม 10 ประการ จักรวรรดิวัตร 12 ประการ และสังคหวัตถุ 4 ประการ ดำรงพระองค์สืบสานพระราชจริยวัตรตามรอยอดีจบูรพกษัตริย์ในอดีต ทรงปฏิบัติพระองค์ สมดังพระปฐมบรมราชโองการ ที่ทรงประกาศขณะประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม”
เสด็จถึงศาลากลางประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชทรงเสด็จเข้านมัสการพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองนครศรีธรรมราช ทรงเสด็จถึงพลับพลาที่ประทับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชถวายพระบรมธาตุจำลอง
พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช ในสมัยนั้นขณะยังรับราชการตำรวจร่วมถวายการอารักขาท่ามกลางประชาชนที่มารอเฝ้าชมพระบารมี
ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 โดยระหว่าทางรถพระที่นั่งพระราชดำเนินไปบนเส้นทางถนนราชดำเนินผ่านตำบลในเมือง ตำบลท่าวัง ประชาชนทั้งชาวไทยพุทธ ไทยอิสลาม และชาวไทยที่นับถือศาสนาคริสต์ต่างมาเฝ้ารอบรับเสด็จเต็มทั้งสองฝั่งถนนตลอดเส้นทาง มีการจัดทำซุ้มถวายพระพร ตลอดเส้นทาง ณ จุดสำคัญๆ เช่น ตรงถนนราชดำเนินด้านหน้าสมาคมพาณิชย์จีน , บริเวณชุมชนชาวท่าวังสี่แยกท่าวัง
เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งเพื่อไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกา์โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ (มณฑลทหารบก) ทรงพระราชดำเนินผ่านสวนรื่นฤดีและทรงสักการะวีรชนที่อนุสาวรีย์วีรไทยพร้อมทั้งตรวจแถวทหารที่ มณฑลทหารบกที่ 5 (ปัจจุบันคือ มณฑลทหารบกที่ 41)
ทรงเสด็จไปยังน้ำตกพรหมโลก ในระยะก่อนถึงประมาณ 10 กม.ทรงเปลียนยานพาหนะ เนืองจากทางที่จะเสด็จค่อนข้างกันดาร ที่ชาวเมืองคอนได้ร่วมมือกันทำทางขึ้นไปยัง น้ำตกพรหมโลก น้ำตกพรหมโลก ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช หรือเขาหลวง มีทั้งหมด 9 ชั้น มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ปวงข้าพระพุทธเจ้าชาวนครศรีธรรมราช ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้จัดทำฐานข้อมูลวัฒนธรรม ที่มาสืบค้นข้อมูล-ภาพ https://gotonakhon.com/?p=17376 https://www.finearts.go.th/YouTube·Film Archive Thailand (หอภาพยนตร์)·15 ต.ค. 2559 ที่มาสืบค้นข้อมูล https://www.finearts.go.th