03 กุมภาพันธ์, 2569
โบราณสถานกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช
เมืองคอน(นครศรีธรรมราช)เป็นเมืองที่มีความยิ่งใหญ่ มีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในแถบนี้มีตั้งแต่โบราณนับเป็นพันๆปีมาแล้ว ตั้งแต่ เมืองตามพรลิงค์ ประมาณปี พ.ศ.700 และมีบทบาทมาก่อนสุโขทัยจะเป็นราชธานีหลายร้อยปี และมีมรดกทางวัฒนธรรมทางประเพณีพร้อมทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุมากมายที่บรรพบุรุษสังสมไว้ และที่สำคัุญที่ตกทอดเห็นได้ชัดเจนถึงความเป็นอาณาจักรที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่คือ”กำแพงเมือง” จากโบราณเวลายามมีสงคราม เพื่อเป็นการป้องกันข้าศึกศัตรูที่มีความมั่นคงจะต้องมีกำแพงเป็นเครืองป้องกันเมืองและประชาชน
กำแพงเมือง ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช กำแพงเมืองในปัจจุบันเป็นกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๒๒๙ โดยโปรดเกล้าฯ ให้มองซิเออร์ เดอ ลามาร์ (Monsieur de Lamare) วิศวกรชาวฝรั่งเศส จัดทำแผนที่ร่างแบบแปลนแผนผังป้อมและกำแพงเมือง ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นการปรับปรุงจากกำแพงเมืองเดิมที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
กำแพงเมืองมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะเป็นกำแพงก่ออิฐถือปูนตั้งอยู่บนสันเชิงเทินดิน ส่วนยอดกำแพงก่ออิฐเป็นรูปใบเสมา มีป้อมตรงกลางปากประตูเมือง (ติดกับสะพานนครน้อย) กำแพงก่อล้อมรอบเมืองที่มีลักษณะแคบยาว มีคูเมือง ๑ ชั้น ขนาดความกว้างของเมืองตามแนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก ประมาณ ๕๐๐ เมตร ความยาวตามแนวแกนทิศเหนือ – ใต้ ประมาณ ๒,๒๓๙ เมตร
ทิศเหนือ ศาลาประดู่หก สนามหน้าเมือง ศาลหลักเมือง ตลาดแขก มัสยิดซอลาฮุดดีน
ทิศใต้ สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช วัดเสมาเมือง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ศาสนสถานพราหมณ์ หอพระอิศวร เสาชิงช้า หอพระนารายณ์
ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลทางด้านภูมิศาสตร์ ที่ตั้งอยู่บนที่ราบสันทรายขนาบด้วยที่ราบลุ่ม แนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกและตะวันตกคงถูกปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นถนนแล้วตั้งแต่ในช่วงปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เหลือเพียงกำแพงด้านทิศเหนือฟากตะวันออก ความยาวประมาณ 100 เมตร ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ คูเมืองด้านทิศเหนือ (คลองหน้าเมือง) ยังมีสภาพค่อนข้างดี ส่วนกำแพงเมืองด้านทิศใต้กลายเป็นที่ราบ คูเมืองด้านทิศใต้ คือ คลองป่าเหล้าเป็นลำน้ำตามธรรมชาติ
กำแพงเมืองคอน มีหลักฐานตามตำนานควบคู่กับเมืองคอน กำแพงชั้นแรกสุดมีความเก่าแก่พอๆกับเมืองคอน กำแพงเดิมของเมืองคอนคือ”กำแพงเมืองพระเวียงหรือเมืองกระหม่อมโคก” มีลักษณะทำเป็นแบบปักเสาพูนดิน สร้างในสมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราชโดยชาวอินเดียฝ่ายใต้และมอญในสมัยที่เรียกเมืองนครว่า”ตามพรลิงค์”เมื่อ พ.ศ. 1198(กำแพงเมือง มรดกทางวัฒธรรมของชาวนคร) และได้ย้ายเมืองเมื่อเกิด”โรคห่า”เป็นเมืองใหม่จนอยู่ ณ ปัจจุบัน ลักษณะกำแพงเป็นกำแพงแบบปักเสาพูนดินตามแนวหาดทรายแก้ว กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ได้มีมีการบูระณะ-ปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้งทุกครั้งยังคงรักษาแนวกำแพงเดิมไว้ การก่อสร้างกำแพงก่ออิฐปรากฏชัดเจนในสมัยอยุธยา ในราวปี พ.ศ.1950 และได้ัดัดแปลงมาเป็นกำแพงทำด้วยอิืฐทัั้งหมด ราว พ.ศ.2100 โดยชาวปอร์ตุเกศและกำแพงเมืองปัจจุบันได้สร้างสร้างสมบูรณ์ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ. 2230 โดย มองสิเออ เดอ ลาลูแบร์ วิศวกรชาวฝรั่งเศล และเรียกเมองนครว่า”เมืองลิกอร์”(จากบทความกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช โดยประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์ สารนครศรีธรรมราชและกำแพงเมือง มรดกทางวัฒนธรรมของชาวนคร)
ขนาด-ลักษณะกำแพงเมือง
กำแพงเมืองส่วนที่เป็นป้อมทางเข้าด้านหน้า ทำเป็นกำแพงสองชั้น ตรงประตูเมืองด้านหน้ามีสะพานหกสำหรับปิด-เปิดได้ สำหรับทอดให้คนเดินข้ามคูเมืองติดต่อกัน กำแพงแพงเมืองก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่เนื้อเกร่งแข็งแรงมาก สูงราว 15 เมตร โดยรอบทั้งสี่ด้าน ด้านทิศเหนือกว้าง 456.5 เมตร ด้านทิศใต้กว้าง 456.5 เมตร ส่วนยาวของตัวเมืองจากทิศเหนือถึงทิศใต้ ประมาณ 2,238.5 เมตร กำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกคดอย่างกับงูเลื่อย เพราะสร้างตามแนวสันทรายธรรมชาติ ประตูใหญ่ทางทิศเหนือมีประตูเดียวเรียกว่า”ประตูชัยศักดิ์”ทางทิศใต้มีประตูเดี่ยวเรียกว่า “ประตูชัยสิทธิ์” ด้านทางทิศตะวันออกมีประตูขนาดเล็ก ประตูลัก ประตูสะพานยม ประตูลอด ประตูโพธิ์(จากทิศใต้ไปทิศเหนือ) ด้านทางทิศตะวันตก มีประตูวัดพระบรมธาตุ ประตูท่าชี ประตูท้ายวัง ประตูท่าม้า (จากทิศใต้ไปทิศเหนือ)
ถัดจากกำแพงออกไปเล็กน้อย เป็นคูเมืองมีอยู่โดยรอบทั้งสี่ทิศ กว้างประมาณ 20-25 เมตร และมีคูเมือง 40 เมตร
แผนที่เมืองนครศรีธรรมราชของเจมส์ โลว์ พ.ศ.2368 ของThe British Library บทความคุณค่าจากแผ่นที่เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งสำรวจและจัดทำโดย ม.เดอ ลามาร์ เมือ พ.ศ. 2230 ระบุ ตลาด วัด(วัดท่าโพธิ์ วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร) วัง(เจ้าพระยานคร) วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทุ่งนา สัตว์เลี้ยง บริเวณโรงช้าง คอกม้า งานศพ ป้อมปืนปากอ่าวท่าพญา เรือรบ และลักษณะอาคารบ้านเรือนผู้คนชาวเมืองคอนในอดีต จากหนังสือรายงานการสัมมนาประัวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 6โดยคุณภูธร ภูมะธน มอบให้โดยคุณอำนวย ทองทะวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
แผนที่/ภาพกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช เขียนภาพโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศสชื่อเดอลามาร์(La Marre) เมื่อ พ.ศ.2230 ภาพแนวกำแพงตามสันทรายเดิมของเมืองคอนและแนวการจัดซ่อมกำแพง ภาพจากคุณสารัท(นิก)ชลอสันติสกุล สำนักศิลปากรที่ 14 เมืองคอน/เขียนโดย ม.ล.เดอ ลาจองกิแอ เมือ พ.ศ.2455 ภาพกำแพงเมือง ภาพจากหนังสือ กำแพงมรดกทางวัฒนธรรมของชาวนคร โดยชวน เพชรแก้ว ปรีชา นุ่มสุข โดยอาจารย์เสงี่ยม โกฏิกุล อดีตอาจารย์โรงเรียนเบญจมราชูทิศ,คุณภรณี นาคเวช(อุปรมัย)
จดหมายเหตุรายวันสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ดังตอนหนึ่งว่า“เสด็จมาตามถนนในกำแพงเมืองจนรอบ มีกำแพงเชิงเทินใหญ่มาก นอกกำแพงน้ำทั้งนั้น คนทำนา”จากหลักฐานที่ยกมาข้างต้น แสดงให้เห็นสภาพคูเมืองได้ว่า ในปี 2431 คูเมืองยังมีอยู่ ยังไม่ถูกรุกล้ำเหมือนปัจจุบัน
และคราวเสด็จประพาศเมืองนครเมือง พ.ศ.2452 “เสด็จเข้าเมืองทางประตูด้านใต้ กำแพงด้านนี้มีอยู่เพียงเชิงเทิน ใบเสมาหักหมด”
และคณะสำรวจทางโบราณคดีช่าวฝรั่งเศส ภายใต้การนำของ ม.ลูเน่ต์ เดอ ลาจองกิแอ ได้มาสำรวจเมืองนคร รายงานสำรวจพร้อมด้วยแผนที่เมืองนคร และตีพิมพ์ในวารสารของชาวฝรั้งเศส ภูมิภาคอินโดจีย ปี พ.ศ.2455 “
(จากหนังสือ กำแพงเมือง มรดกทางวัฒนธรรมของชาวนครและเมืองโบราณนคร มรดกแห่งความรุ่งโรจน์ หนังสือเดือนสิบ 30 ที่ระลึกในการจัดงานเทศกาลเดือนสิบ ประจำปี 2530 นครศรีธรรมราช โดยปรีชา นุ่มสุข ชวน เพชรแก้ว)
เป็นที่น่าสังเกตุของนักประวัติศาสตร์อีกประการหนึ่งคือเมืองคอนมีกำแพงเมืองหรือคูเมืองเกิน 1 ชั้นที่เห็นกันอยู่หรือไม่ เป็นที่น่าสงสัยว่ารอบๆเมืองโบราณมีหมู่บ้านที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย”กำแพง” อยู่สี่ทิศและมีแนวเนินดินใหญ่และยาว น่าจะเป็นกำแพง เมื่อขุดลงไป 2-3 เมตรจะพบแผ่นอิฐแผ่นโตๆ มากมายฝังอยู่ หมู่บ้านเหล่านั้นคือ
1.กำแพงถม หรือแพงถม อยู่ทางทิศเหนือขององค์พระบรมธาตุเจดีย์
2.กำแพงเซา หรือ แพงเซา อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์
3. กำแพงโคกหรือ แพงโคก อยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ ปัจจุบันคือตำบลท่าไร่
4.กำแพงสูง หรือ แพงสูง อยู่ทางทิศใต้ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ ปัจจุบันคือบ้านแพงสูงหรือแคสูง
(ข้อมุลจากหนังสือกำแพงเมือง มรดกทางวัฒนธรรมของชาวนคร)
การถูกรื้อ- ทำลายกำแพง-คูเมืองโบราณของเมืองคอน
ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2439(ร.ศ.115)เจ้าพระยายมราช(ปั้นสุขุม)ครั้งยังเป็นพระยาสุขุมนัยวินิตสั้งให้ริ้อกำแพงด้านตะวันออก(ชาวบ้านเรียกว่าแพงออก) กำแพงด้านตะวันตก (ชาวบ้านเรียกว่า แพงตก)และกำแพงเมืองด้านใต้ซึ่งชำรุด เพื่อเอาอิฐมาทำถนนเลียบริมกำแพงทุกด้าน
ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2479 กระทรวงมหาดไทยได้ขอรื้อกำแพงเมืองโบราณด้านทิศเหนือ ตั้งแต่เชิงสะพานนครน้อยไปทางทิศตะวันตกสุดแนวกำแพงเมืองรวมทั้งขอรื้อป้อมที่มุมกำแพงเพื่อสร้างโรงเลื่อยจักรสำหรับฝึกหัดวิชาชีพแก่นักโทษ(ปัจจุบันสร้างกำแพงใหม่ตามแนวกำแพงเดิมของกรมศิลปากร)
ครั้งที่ 3 เมื่อ พ.ศ.2483 เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชขออนุญาตถื่อสิทธิ์ทำประโยชน์ในที่ดินที่เป็นซากแนวกำแพงเมืองโบราณด้านใต้ทั้งหมดเพื่อทำประโยชน์ตามที่เทศบาลขอ
ครั้งที่ 4 เมื่อปี พ.ศ.2485 เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ได้ขออนุญาตตัดรื้อปลายสุดของกำแพงเมืองด้านทิศเหนือทางซีกตะวันออก เพื่อสร้างสะพานข้ามคลองนครน้อย
ครั้งที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2495 จังหวัดนครศรีธรรมราชขออนุญาตรื้่อตัวป้อมบนกำแพงด้านทิศเหนือ(ป้อมประตูชัยเหนือ)เพื่อสร้างสะพานนครน้อยรื้อออกเพียง 2 เมตรจากเดิม
ครั้งที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2506 จังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตรื้อป้อมเดิม เคยรื่อแล้ว 2 เมตร เมือ พ.ศ.2495 โดยขอรื้ออีก 10 เมตร เพื่อขยายถนนและสะพาน
(ข้อมูลจาก กำแพงเมือง มรดกทางวัฒนธรรมของชาวนคร โดยชวนเพชรแก้ว ปรี่ชา นุ่นสุขและสารนครศรีธรรมราช)
ที่มาสืบค้นข้อมูล-ภาพ
https://www.finearts.go.th
https://gotonakhon.com/?p=12368



