22 มกราคม, 2568

ประวัติอำเภอเชียรใหญ่

อำเภอเชียรใหญ่
คำขวัญ: อำเภอเชียรใหญ่ เมืองใหญ่ลุ่มน้ำ เกษตรกรรมล้ำหน้า พุทธศาสนาเลิศล้ำ วัฒนธรรมรุ่งเรือง ลื่อเลื่องศิลปิน เมืองศิลปาชีพ ประวัติความเป็นมา อำเภอเชียรใหญ่ มีหลักฐาน ในทำเนียนข้าราชการนครศรีธรรมราช ครั้งรัชกาลที่ 2 พ.ศ.2354 (จ.ศ.1173) ว่าท้องที่อำเภอนี้เคยเป็น “เมืองพิเชียร” เป็นหัวเมืองฝ่ายขวาของเมืองนครศรีธรรมราช มีออกเมืองพิชัยธานี ศรีสงคราม เป็นตำแหน่งนายที่ศักดินา 1,000 ถือตรรูปเลียงผาใหญ่มีอำนาจได้เรียกส่วยอากรค่าคำนับฤชาภาษีส่วยตั้งขนอนปากคลองน้ำพิเชียร มีขุนเทพบุรี ศักดินา 400 ถือตรารูปเลียงผาน้อยเป็นรองพิเชียร มีขุนมงคลบุรี ศักดินา 200 ถือตรารูปเลียงผาน้อยเป็นปลัด และหมื่นอินทรบุรี ศักดินา 200 เป็นสมุห์บัญชี มีวัดลานกระบือ และวัดคงคา เป็นที่เลณฑุบาตในที่พิเชียร เมื่อเปรียบเทียบกับท้องที่อื่น ๆ ในสมัยเดียวกันปรากฏว่าศักดินาของนายเมืองพิชัยเท่าเทียบกับศักดินาของเมืองภักดีสงคราม เมืองอลอง (ฉลอง), หลวงอินทรโกษากรมคลัง (ฝ่ายขวา), หลวงทิพภักดี, นายที่ภูรา (ฝ่ายขวา) เป็นต้น ชื่อ ”พิเชียร” ปรากฏว่ามีใช้ต่อมาดังที่ปรากฏใน “ประกาศเทวดา พระราชพิธีตรุษรัชกาลที่ 5 “ และในรัชกาลนี้เมื่อ ร.ศ.116 (พ.ศ.2440) มีการรวมหัวเมืองในลุ่มแม่น้ำปากพนัง 4 เมืองเข้าด้วยกัน คือ เมืองพิเชียร เมืองพนัง เมืองเบี้ยซัด และที่ตรงคลองกระบือ และหูล่อง ตั้งเป็นอำเภอเบี้ยซัดตามวิธีการปฏิรูปการปกครอง ทำให้เมืองพิเชียรเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเบี้ยซัด ครั้นถึงรัชกาลที่ 6 สถานที่นี้ยังคงเรียกว่า “พิเชียร” ดังปรากฏในคำประกาศพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ เป็นต้น ปัจจุบัน และตามคำบอกเล่าว่า ณ บริเวณดังกล่าวมีต้นตะเคียนใหญ่เป็นสำคัญจึงเรียกว่า “บ้านพิเชียรเคียนใหญ่” ต่อมาจึงเรียกกันสั้น ๆ ว่า “บ้านเชียรใหญ่” เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2480 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศตั้งกิ่งอำเภอเชียรใหญ่ และต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 จึงได้ยกฐานะเป็นอำเภอ ครั้นถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2539 ได้มี พระราชกฤษฎีกาตั้ง “อำเภอเฉลิมพระเกียรติ” ขึ้นทั่วประเทศ 5 แห่ง ในจังหวัดนครราชสีมา นครศรีธรรมราช น่าน บุรีรัมย์ และสระบุรี จังหวัดละแห่งเพื่อประโยชน์แก่การปกครองก่อให้เกิดความสะดวกสะดวกและส่งเสริมท้องที่ให้เจริญยิ่งขึ้น ที่สำคัญยิ่ง คือเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระภูมิพลอดุลเดชฯเนื่องในมหามงคลวโรกาสฉลองศิริราชสมบัติครบห้าสิบปี สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นได้แบ่งพื้นที่โดยแยก ตำบลเชียรเขา ตำบลดอนตรอ ตำบลสวนหลวง อำเภอเชียรใหญ่ และตำบลทางพูน อำเภอร่อนพิบูลย์ ไปขึ้นกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติดังกล่าวแล้ว สภาพทั่วไป เชียรใหญ่ เป็นอำเภอขึ้นกับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ 141,947 ไร่ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ถนนภักดีฤทธิ์ ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลเชียรใหญ่ ห่างจากศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 52 กิโลเมตร อาณาเขต ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอปากพนัง และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอชะอวดและกิ่งอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอหัวไทร และอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพภูมิอากาศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีที่ เป็นเนินเขาอยู่บ้างแต่มีเป็นส่วนน้อย คือ เนินเขาพระบาท และเนินเขาแก้ววิเชียร มีแม่น้ำปากพนังและลำคลองสาขาไหลผ่านครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอเหมาะแก่การทำนา เขตป่าไม้มีเฉพาะป่าเสม็ดทางทิศใต้และทิศตะวันตก ลักษณะป่าเสม็ดคลอบคลุมพงหญ้ามีน้ำขังตลอดปี ป่าเสม็ดเป็นป่าสงวน คลุมเขตพื้นที่ป่าสงวนคลองฆ้อง ป่าสงวนท่าช้างข้ามและป่าสงวนดอนทราย สภาพบริเวณดินดังกล่าวเป็นดินเปรี้ยวไม่เหมาะแก่การเพาะปลูก การคมนาคมมีทั้งทางบกและทางน้ำ ทางบกมีทางหลวงแผ่นดินระหว่างนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา ผ่านอำเภอเชียรใหญ่ มีทางหลวงชนบทหลายสายส่วนทางน้ำมีแม่น้ำปากพนัง-ชะอวด และคลองบางตัด ทรัพยากรธรรมชาติ อำเภอเชียรใหญ่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างใดเด่น พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ใน การทำนาและบางส่วนใช้ทำสวน แร่ธาตุต่าง ๆ ยังไม่ปรากฏ ด้านป่าไม้ เดิมอำเภอเชียรใหญ่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เช่นป่าเสม็ด ป่าสะแก ป่าไม้เบญจพรรณจากป่าสงวน 3 แห่ง คือ ป่าสงวนหลวง ป่าช้างข้าม ป่าดอนทราย มีเนื้อที่ประมาณ 60,000 ไร่ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 17,000 ไร่ เพราะถูกประชาชนบุกรุกทำเป็นทุ่งนาส่วนมาก ป่าไม้ที่เป็นแหล่งต้นไม้ลำธารที่สำคัญถูกทำลายลงมาก ทำให้แม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำปากพนังขาดน้ำจืดที่จะหนุนกับน้ำเค็ม จึงทำให้พื้นที่ริมฝั่งเป็นดินเปรี้ยวไม่สามารถปลูกพืชต่าง ๆ ได้ ลำน้ำที่สำคัญมีดังนี้ คือ แม่น้ำปากพนัง ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านอำเภอเชียรใหญ่ ไหลลงสู่อ่าวไทยในเขตอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำได้ตลอดปี และเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญของประชาชนในอำเภอเชียรใหญ่ เดิมชื่อ คลองค็อง แต่ปัจจุบันทางราชการเขียนเป็น คลองฆ้อง ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร มีต้นน้ำจากอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลผ่านตำบลสวนหลวง อำเภอเชียรใหญ่ และตำบลแม่เจ้าอยู่หัว กรมชลประทานได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรม คลองเชียรใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคลองใหม่สุรินทร์ ยาว 15 กิโลเมตร กรมชลประทานได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตร ประชาชนในตำบลเชียรใหญ่และตำบลท้องลำเจียกได้ใช้ประโยชน์ คลองบางจันทร์ ยาว 13 กิโลเมตร ไหลผ่านตำบลไสหมาก อำเภอเชียรใหญ่ นอกจากนี้มีคลองอื่น ๆ อีกมาก เช่นคลองบางตัด คลองหว้า คลองขยัน คลองท่าขนาน คลองทวยเทพบ้านกลาง คลองเตย คลองเตี้ย คลองคชธรรมราช คลองปากคลอง คลองปากคลอง-ศาลาตะเคียน คลองบางแก้วเกาะทวด คลองบางมด เกาะทวด คลองสระแก้ว คลองขุดยาว ซึ่งไหลผ่านตำบลต่าง ๆ ได้ใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่มีประชากรใน พ.ศ.2540 ทั้งหมด 46,747 คน เป็นชาย 22,936 คน เป็นหญิง 23,811 คน อาชีพส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ทำนา มีพื้นที่สำหรับเกษตรกรรม 126,936 ไร่ ทำนา 114,883 ไร่ ทำสวน 11,562 ไร่ เลี้ยงสัตว์ 5,033 ไร่ ประมง 13,117 ไร่ ปลาน้ำจืด 4,237.85 ไร่ เลี้ยงกุ้งกุลาดำ 8,878.85 ไร่ นอกจากนั้นประชากรที่มีที่อาศัยอยู่ริฝั่งแม่น้ำลำคลองก็มีอาชีพจับสัตว์น้ำด้วย บริเวณริมถนนสายจังหวัดนครศรีธรรมราช-จังหวัดสงขลา มีอาชีพในการทำสวนมะพร้าว ส่วนอาชีพค้าขายมีเล็กน้อยเฉพาะที่อยู่ในเขตชุมชนและเขตสุขาภิบาล ในเขตตำบลไสหมากราษฎรกำลังเปลี่ยนระบบการใช้พื้นที่ทำนาเป็นการทำไร่แบบผสมผสาน โดยได้รับการสนับสนุนจากทางราชการอยู่ในปัจจุบัน การเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไว้ใช้งานและเป็นอาหารภายในครอบครัวเท่านั้น สถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเชียรใหญ่มี 3 แห่ง คือ วัดเขาแก้ววิเชียร
ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ กลางทุ่งนา ในหมู่ที่ ๙ ตําบลเชียรใหญ่ อําเภอเชียรใหญ่ เดิมวัดนี้เรียกว่า วัดเขาวิเชียร ตามหลักฐานจารึกที่ระฆัง ซึ่งปัจจุบันระฆังใบนี้เก็บรักษาไว้ที่วัดพระ มหาธาตุ อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช วัดเขาแก้ววิเชียรเป็นวัดที่เก่าแก่ ก่อสร้างมาไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ปี จากการพิสูจน์อิฐฐานเจดีย์วัดเขาแก้ว วิเชียร โดยกรมศิลปากร นอกจากนี้ที่วัดมีพระปัญญาเป็นพุทธรูปเก่าแก่ และเจดีย์เก่าแก่ ชื่อเจดีย์พระติลิมุ้ย ชาวบ้านมักจะไปกราบไหว้ขอให้บุตร หลานสอบเข้าทํางาน มักจะได้ตามที่ขอ มีบ่อน้ํามากถึง ๑๑ บ่อ มีชื่อ เรียกต่างๆ กัน และเป็นสถานที่ร่มรื่น พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ ศึกษาพันธุ์ไม้หลายชนิด นอกจากนี้ที่วัดเขาแก้ววิเชียร มีลิงหลายร้อยตัว เป็นลิงฝูง ใหญ่ซึ่งอาศัยร่วมกันในชุมชนบ้านเขาแก้ววิเชียร การเดินทาง จากนครศรีธรรมราชใช้ทางหลวง หมายเลข ๔๐๘ (นครศรีธรรมราช-สงขลา) เลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกบ้านสระไคร (ประมาณ กม.ที่ ๒๕) ใช้ถนนลาดยางตลอดเส้นทางถึงวัดเขาแก้ววิเชียร ระยะทาง ๘ กิโลเมตร ศาลเจ้าทวดปากเชียร
ตั้งอยู่ในบริเวณที่ว่าการอําเภอเชียรใหญ่ ด้านทิศตะวันออก ชาว เชียรใหญ่ มีความเชื่อ และศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของทวดปากเชียร มักจะขอให้ทวดปากเชียรช่วยดลบันดาลให้ประสบผลสําเร็จในสิ่งที่หวัง ตามความเชื่อของแต่ละคน และเมื่อประสบผลสําเร็จจะนําเครื่องเซ่นไหว้ ต่างๆ เช่น ธูป ๑๒ ดอก เทียน เหล้า หัวหมู ไก่ หรือหมูย่าง และจุด ประทัด มาทําพิธีเซ่นไหว้เป็นประจํา และจะมีพิธีไหว้ทวดปากเชียรกินเจ ปีละหนึ่งครั้งในช่วงเทศกาลกินเจเพื่อเป็นสิริมงคลของชาวเชียรใหญ่ วัดแม่เจ้าอยู่หัว
เป็นวัดเก่าแก่ริมคลองฆ้อง หมู่ที่ ๓ ตําบลแม่เจ้าอยู่หัว อําเภอ เชียรใหญ่ ริมทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ (นครศรีฯ-สงขลา) ภายในวัดมี ป้ันแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) ซึ่งเป็นพระสนมเอกของพระเจ้า ศรีธรรมโศกราช ประดิษฐานอยู่ ประชาชนมีความเช่ือและศรัทธาในบารมี ของแม่เจ้าอยู่หัว ต่างไปกราบไหว้ ขอให้มีโชคลาภ พ้นทุกข์ภัยต่างๆ การเดินทาง จากนครศรีธรรมราช ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ (นครศรีฯ-สงขลา) ถึงส่ีแยกบ่อล้อ ตรงไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 5 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ ศูนย์ศิลปาชีพแห่งนี้ จัดตั้งโดยพระ ราชดําริของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรม ราชินีนาถ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๗ เพื่อทรงช่วย เหลือประชาชนให้มีรายได้จากทอผ้าและ จักสานกระจูดเป็นผลิตภัณฑ์ รูปแบบ ต่างๆ สวยงามมาก สามารถซื้อเป็น ของที่ระลึก ของฝาก ของขวัญ เน่ือง ในโอกาสต่างๆ เป็นที่ประทับใจทั้งผู้ให้ และผู้รับได้ การเดินทาง จากนครศรีธรรมราช ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ (นครศรีฯ-สงขลา) ถึงสี่แยกบ่อล้อ เลี้ยวขวาไปใช้ทางหลวงบ่อล้อ-ชะอวด ประมาณ ๑.๕ กม. เลี้ยวซ้ายเข้าศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ตําบลแม่ เจ้าอยู่หัว อําเภอเชียรใหญ่ จุดชมวิวบนเขาพระบาท
วัดพระพุทธบาท เป็นวัดที่มีความเก่าแก่กว่า ๗๐๐ ปี มี รอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพ สักการะของ ประชาชนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงมานานแล้ว ในอดีต พบไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้หายได้ ประชาชนในหลาย พื้นที่เดินทางเข้ามารับการรักษาจํานวนมาก และในบริเวณวัดมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น และชม พระจันทร์ขึ้นได้ซึ่งมีบรรยากาศที่งดงามมาก การเดินทางโดยรถยนต์ จากนครศรีธรรมราชใช้ทางหลวงหมาย ๔๐๘ (นครศรีฯ-สงขลา) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายวัดแดง-บางปรง ไปประมาณ ๑.๕ กม. แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่วัดพระพุทธบาท งานแข่งเรือเพรียวชิงถ้วยพระราชทาน
แม่น้ําปากพนังซ่ึงอยู่ในเขตอําเภอเชียรใหญ่ ชาวบ้านได้จัดการแข่ง ขันเรือเพรียวพายจนเกิดงานประเพณีแข่งเรือเพรียว สืบทอดถึงปัจจุบัน โดยมีเรือเพรียว ต้ังแต่ ๑๓ ฝีพาย ถึง ๑๖ ฝีพาย ซึ่ง องค์การบริหารส่วน ตําบลทุกแห่งในอําเภอเชียรใหญ่ เทศบาลตําบลเชียรใหญ่และองค์การ บริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้การสนับสนุน และกราบบังคมทูล ขอรับพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ใน ปัจจุบันเป็นงานประเพณีที่ย่ิงใหญ่ กําหนดจัดงานแข่งขันขึ้นในวันท่ี ๓๑ ธันวาคม ถึง ๑ มกราคม ของทุกปี ณ บริเวณริมแม่น้ําปากพนัง หน้าที่ว่าการอําเภอเชียรใหญ่ ตลาดน้ำเชียรใหญ่
ทุกวันเสาร์ ๑๔.๐๐น. เป็นต้นไป เจอกัน ตลาดริมน้ำเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ริมแม่น้ำปากพนัง หน้าที่ว่าการอำเภอเชียรใหญ่ พักผ่อนกับบรรยากาศธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ ชิมอาหารพื้นบ้านรสชาดอร่อย ร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีชีวิตชุมชนกับการแต่งกายย้อนยุคของแม่ค้าและนักท่องเที่ยว ารเดินทาง : ทางหลวงหมายเลข ๔๐๘ โดยรถตู้โดยสาร,รถสองแถวสายเชียรใหญ่-นครศรีฯ รถสองแถวสายเชียรใหญ่ปากพนัง, เชียรใหญ่-กระบี่ ทางด้านศาสนา ประชากรทั้งหมดนับถือพระพุทธศาสนา ในปัจจุบันได้แบ่งเขตท้องที่อำเภอเชียรใหญ่ออกเป็น 10 ตำบล 97 หมู่บ้าน มีรายชื่อตำบลต่อไปนี้คือ ตำบลการะเกด ตำบลเชียรใหญ่ ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ตำบลเขาพระบาท ตำบลบ้านกลาง ตำบลท่าขนาน ตำบลเสือหึง ตำบลไสหมาก ตำบลบ้านเนิน และตำบลท้องลำเจียก และมีสุขาภิบาล 1 แห่ง คือ สุขาภิบาลเชียรใหญ่ ที่มา สืบค้น https://www.tungsong.com/Nakorn/Old/Cherryai.html https://th.wikipedia.org https://www.mokkalana.com/2306/