07 พฤษภาคม, 2567

ประเพณีสวดด้าน

ความเป็นมาของประเพณีสวดด้าน ประเพณีสวดด้าน (suaddan) ประเพณีที่มีมาแต่โบราณของชาวเมืองนครศรีธรรมราช เกิดขึ้นที่ระเบียงคดทางทิศเหนือ พระวิหารคด พระระเบียง หรือพระด้าน ล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราชทั้ง 4 ทิศ ยกพื้นสูงประดิษฐานพระพุทธรูปเป็นแถวยาวทุกด้านจำนวน 173 องค์ ฝีมือช่างสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองนครศรีธรรมราชนิยมเรียกกันว่า “พระด้าน” ในวันพระ ชาวเมืองนครจะไปฟังธรรมที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นจำนวนมากก็จะต้องมาเตรียมตัวนั่งรอพระสงฆ์ ระหว่างนั่งรอมีความเห็นตรงกันว่าควรหาสิ่งมีสาระมาทำ จึงตกลงกันว่าหาหนังสือมาอ่านจนกว่าพระสงฆ์จะมา เนื่องจากในสมัยโบราณคนที่อ่านออกเขียนได้มีอยู่น้อยมาก จึงอยากให้คนที่รู้หนังสือมาอ่านหรือสวดหนังสือให้ได้ฟังกัน โดยใช้หนังสือบุดมาอ่านที่ระเบียงพระด้าน อ่านหนังสือร้อยกรองเป็นทำนองเหมือนเพลงบอก โนรา ประชาชนที่มารอทำบุญก็มาร่วมนั่งฟังกันเยอะจนเกิดเป็น “ประเพณีสวดด้าน” นับแต่นั้นมา เดิมเรียกการอ่านหนังสือร้อยกรองเป็นทำนองว่า “สวดหนังสือที่พระด้าน ” แต่เหลือเรียกติดปากว่า “สวดด้าน” และมีทั้งสี่ด้าน การสวดด้านเริ่มขึ้นเมื่อทุกคนพร้อมกันที่พระระเบียงในวันพระเพื่อฟังพระเทศน์และในขณะที่รอพระอยู่นั้นก็มีการสวดด้านก่อน การสวดด้านมีวิธีการทํานองเดียวกันกับการสวดโอ้เอ้วิหารรายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร แต่ต่างกันที่เรื่องที่ใช้สวดกล่าวคือการสวดโอ้เอ้วิหารรายจะสวดหนังสือเพียงเรื่องเดียวคือ “มหาชาติคําหลวง” ซึ่งเป็นหนังสือชาดก ส่วนการสวดด้านมีเรื่องที่ใช้สวดหลายเรื่อง คนสวดก็เป็นคนที่สวดหนังสือเก่ง ๆ และสวดหนังสือดี ๆ ที่เป็นที่นิยมชมชอบของที่ประชุม หนังสือที่เลือกมามักเป็นหนังสือชาดก สํานวนกวีเมืองนคร และเรื่องอื่น ๆ ที่กวีเมืองนครเป็นผู้เขียน เช่น สุบิน วันคาร ทินวงศ์ สี่เสาร์ กระต่ายทอง พระรถเสน (ของนายเรือง นาใน) เรื่องเสือโดคําฉันท์ (ของ พระมี) เป็นต้น โดยผู้สวดด้านจะต้องเป็นผู้มีความสามารถในการสวดอย่างยิ่ง กล่าวคือต้องรู้จักเน้น เสียง รู้จักเล่นลูกคอ รู้จักเล่นท่าทางประกอบในตอนที่จาเป็นเช่นการใช้สีหน้า การโยกตัว และการประกอบท่าทาง บางครั้งคนสวดเป็นนักเทศน์เก่า นักแหล่ หมอทําขวัญนาค ครู มาลัย นายหนังตะลุง โนราเก่า หรือเพลงบอกก็ยิ่งเป็นที่ติดอกติตใจของผู้ฟังมากแม้กระทั่ง คนเฒ่าคนแก่ที่ไม่รู้หนังสือก็สามารถจําบทกลอนในหนังสือได้ตลอดเล่ม หรือหลาย ๆ เล่ม บทกลอนต่าง ๆ ที่คนเฒ่าคนแก่ถ่ายทอดให้เราฟังในปัจจุบันก็มาจากการฟังสวดด้าน สําหรับผู้สวดด้านเมื่อสวดจบก็จะได้รับเงินรางวัลหรือได้รับเลี้ยงข้าวปลาอาหาร ความสำคัญ เป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ประเพณีสวดด้านหมายถึงการอ่านหนังสือร้อยกรอง ประเภทนิทานต่าง ๆ ที่เป็นนิทานพื้นเมืองที่กวีชาวนครเป็นผู้แต่งขึ้น การสวดหรือการอ่าน จะสวด (อ่าน) ด้วยภาษาพื้นเมือง (ภาษาถิ่น) นครศรีธรรมราช การสวดหรือการอ่านหนังสือร้อยกรองประเภทนิทานภายในวิหารคดวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันธรรมสวนะ ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ ระหว่างรอพระมาแสดงพระธรรมเทศนา ซึ่ง การสวดหนังสือหรือสวดด้านนี้นับเป็นใช้เวลาให้เกิดประโยชน์และจิตเป็นสมาธิ การสวดด้านรอบ ๆ พระระเบียงหรือวิหารคด ทั้ง ๔ ด้าน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำนวน ๑๗๓ องค์ พระพุทธรูปเหล่านี้เรียกว่าพระด้าน การสวดหนังสือกระทําบริเวณที่ประดิษฐานพระด้านจึงเรียกว่า “สวดหนังสือที่พระด้าน” ประเพณีสวดด้านเป็นประเพณีสําคัญและเก่าแก่ประเพณีหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนครศรีธรรมราช เป็นประเพณีที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ประเพณีสวดด้านหมายถึงการอ่านหนังสือร้อยกรอง (ซึ่งชาวนครศรีธรรมราชเรียกการสวดหนังสือ) ประเภทนิทานต่าง ๆ ที่เป็นนิทานพื้นเมืองที่กวีชาวนครเป็นผู้แต่งขึ้น การสวดหรือการอ่าน จะสวด (อ่าน) ด้วยภาษาพื้นเมือง (ภาษาถิ่น) นครศรีธรรมราช การสวดหรือการอ่านหนังสือร้อยกรองประเภทนิทานภายในวิหารคดวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันธรรมสวนะ ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ ระหว่างรอพระมาแสดงพระธรรมเทศนา ซึ่ง การสวดหนังสือหรือสวดด้านนี้นับเป็นใช้เวลาให้เกิดประโยชน์และจิตเป็นสมาธิ การสวดด้านรอบ ๆ พระระเบียงหรือวิหารคด ทั้ง ๔ ด้าน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำนวน ๑๗๓ องค์ พระพุทธรูปเหล่านี้เรียกว่าพระด้าน การสวดหนังสือกระทําบริเวณที่ประดิษฐานพระด้านจึงเรียกว่า “สวดหนังสือที่พระด้าน” การประกอบพิธี การสวดด้านเริ่มขึ้นเมื่อทุกคนพร้อมกันที่พระระเบียงในวันพระเพื่อฟังพระเทศน์และในขณะที่รอพระอยู่นั้นก็มีการสวดด้านก่อน การสวดด้านมีวิธีการทํานองเดียวกันกับการสวดโอ้เอ้วิหารรายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร แต่ต่างกันที่เรื่องที่ใช้สวดกล่าวคือการสวดโอ้เอ้วิหารรายจะสวดหนังสือเพียงเรื่องเดียวคือ “มหาชาติคําหลวง” ซึ่งเป็นหนังสือชาดก ส่วนการสวดด้านมีเรื่องที่ใช้สวดหลายเรื่อง คนสวดก็เป็นคนที่สวดหนังสือเก่ง ๆ และสวดหนังสือดี ๆ ที่เป็นที่นิยมชมชอบของที่ประชุม หนังสือที่เลือกมามักเป็นหนังสือชาดก สํานวนกวีเมืองนคร และเรื่องอื่น ๆ ที่กวีเมืองนครเป็นผู้เขียน เช่น สุบิน วันคาร ทินวงศ์ สี่เสาร์ กระต่ายทอง พระรถเสน (ของนายเรือง นาใน) เรื่องเสือโดคําฉันท์ (ของ พระมี) เป็นต้น โดยผู้สวดด้านจะต้องเป็นผู้มีความสามารถในการสวดอย่างยิ่ง กล่าวคือต้องรู้จักเน้น เสียง รู้จักเล่นลูกคอ รู้จักเล่นท่าทางประกอบในตอนที่จาเป็นเช่นการใช้สีหน้า การโยกตัว และการประกอบท่าทาง บางครั้งคนสวดเป็นนักเทศน์เก่า นักแหล่ หมอทําขวัญนาค ครู มาลัย นายหนังตะลุง โนราเก่า หรือเพลงบอกก็ยิ่งเป็นที่ติดอกติตใจของผู้ฟังมากแม้กระทั่ง คนเฒ่าคนแก่ที่ไม่รู้หนังสือก็สามารถจําบทกลอนในหนังสือได้ตลอดเล่ม หรือหลาย ๆ เล่ม บทกลอนต่าง ๆ ที่คนเฒ่าคนแก่ถ่ายทอดให้เราฟังในปัจจุบันก็มาจากการฟังสวดด้าน สําหรับผู้สวดด้านเมื่อสวดจบก็จะได้รับเงินรางวัลหรือได้รับเลี้ยงข้าวปลาอาหาร ตัวอย่างบทสวดเรื่องสุบิน บทกวีของชาวนคร ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยม สูงสุดของผู้ฟังสวดค้าน และเป็นแบบเรียนของชาวนครมาแต่เดิม บทไหว้ครู ข้าขอถวายบังคม ยอกรประนมขึ้นเหนือเศียร ต่างดอกประทุมเทียน บริสุทธบูชา วรบาทพุทธกงจักร และลายลักษณ์ทั้งซ้ายขวา ประเสริฐงามโสภา ยิ่งกว่าเขียนด้วยน้ําทอง วรบาทพระชินสีห์ สร้างบารมีมากก่ายกอง หวังจะโปรดสัตว์ทั้งผอง ให้จากโทษและโพยภัย ขอนบพระปิฏกสัจจธรรม อันลึกล้าฟันอุปมัย พระสูตรพระวินัย พระปรมัตถ์มากเหลือตรา บทเริ่มเนื้อเรื่อง ปางโพ้นพระโพธิสัตว์ องค์หนึ่งสันทัด ธนศรศรี กล้าหาญชาญณรงค์ ทรง อิทธิฤทธิ์ ครองเมืองสาวัตถี เป็นเอกกรุงไกร มีบาทบริจา รูปโฉมโสภา สิบห้าปีใหม่ ผิวเนื้อเหลืองขมิ้น กลิ่นหอมเอาใจ เกษาประไพ ไรเกษตลากัน พระพักตร์ฝั่งผาด งามจริงยิ่งวาด คิ้วก้อมเกาทัณฑ์ เนตรคือตาทราย พรายแสง เมลืองมัน ระใบพระกรรณ ปานกลีบอุบล การวิวัฒนาการของประเพณีสวดด้าน จากคําบอกเล่าของผู้รู้ กล่าวว่าปัจจุบันนี้ประเพณีเก่า ๆ ที่เกี่ยวกับการสวดด้านและประเพณีในวันพระที่ปฏิบัติมาแต่โบราณ ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก กล่าวคือในสมัยโบราณเมื่อจะมาฟังเทศน์ฟังธรรมในวัด ทุกคนจะชนทรายมาถมในวัดด้วยทีละเล็กทีละน้อยทุกคราวไป เป็นอันว่าในวัดจะมีกองทรายเต็มไปหมด ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าตอนจะออกจากวัดทรายจะติดเท้าออกไป หากไม่ชนทรายมาทดแทนก็จะเป็นบาป ครั้นถึงตอนเสร็จกิจแล้วก่อนกลับบ้านก็ต้องถอนหญ้าภายในวัดติดมือไป ทั้งนอกวัดด้วย แต่ต่อมาข้อปฏิบัติเหล่านี้มิได้กระทํากัน ส่วนการสวดด้านก็เปลี่ยนไปจากเดิมหลายประการ กล่าวคือในสมัยต่อมามีการสวดทั้งในพระด้านและที่วิหารทับเกษตร เรื่องที่ใช้สวดก็เปลี่ยนไปจากเดิมคือสมัยหลัง ไม่ได้สวดหนังสือบุด แต่กลับนิยมสวดหนังสือที่พิมพ์โดยโรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ วัดเกาะ โดยเช่ามาจากบ้านนายปลอด ในราคา ๔ เล่ม ๕ สตางค์ เรื่องที่สวดมีหลายเรื่อง เช่น รามเกียรติ์ พระอภัยมณี สุวรรณศิลป์ สังข์ทอง ส่วนพระที่มาเทศน์ก็แบ่งกันเป็นวัด ๆ วัดละด้าน วัดที่มาเทศน์ เช่น วัดสวน หลวง วัดหน้าพระธาตุ วัดหน้าพระลาน และวัดสระเรียง ครั้นต่อมาพระที่มาเทศน์มีน้อยลงเรื่อย ๆ ธรรมมาสน์ในพระด้านและในวิหารทับเกษตรก็ลดลงเรื่อย ๆ เช่นกัน ปัจจุบันการสวดด้านแทบไม่มีให้เห็นแล้ว ที่มา ปรีชา นุ่นสุข และเปรมจิต ชนะวงศ์. (2525). ประเพณีสวดด้าน : ประเพณีประจําวัดพระมหาธาตุฯ. นครศรีธรรมราช : กรุงสยามการพิมพ์,. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. (2556). อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้. นครศรีธรรมราช :